สมเด็จฯ พระบรมราชินีนาถ องค์ราชินูปถัมภ์ด้านการอนุรักษ์ | WWF

สมเด็จฯ พระบรมราชินีนาถ องค์ราชินูปถัมภ์ด้านการอนุรักษ์

Posted on 12 August 2009
H.M.Queen Sirikit Celebration
© WWF Thailand

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
พระผู้เป็นดวงประทีปและองค์ราชินูปถัมภ์ด้านการอนุรักษ์

ภาพพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวไทยมาช้านาน พระองค์เสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ นานนับทศวรรษโดยมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทวยราษฎร์ให้ดีขึ้น ขณะทรงงาน พระองค์ทรงตระหนักว่า นับวันการดำเนินชีวิตของราษฎรในชนบทนั้นก็ยิ่งแร้นแค้นลง

“ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมและความสมดุลตามหมู่บ้านและเมืองต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำลายป่าไม้ ภาวะน้ำท่วมหรือความแห้งแล้ง ทางธรรมชาติตามหมู่บ้านและเมืองต่างๆ เปลี่ยนไป มีทั้งการตัดไม้ทำลายป่า น้ำท่วม และฝนแล้ง ข้าพเจ้าจึงพยายามอย่างเต็มที่ แต่ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่มากและนับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่เรายังไม่สิ้นหวัง” ทรงมีพระกระแสรับสั่ง

กระนั้น พระองค์ก็มิทรงหมดสิ้นซึ่งความหวังที่จะทำให้ทุกสิ่งดีขึ้น ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการต่างๆ ขึ้นทั่วประเทศ พระองค์ทรงตระหนักว่า “หากเราจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ เราต้องหันมาปกป้องรักษาป่าไม้ที่เหลืออยู่อย่างจริงจัง และในเวลาเดียวกัน ต้องให้โอกาสที่ความสมดุลทางธรรมชาติจะฟื้นฟูขึ้นมาได้อีก วิธีนี้จะทำให้เราสามารถช่วยตัวเองกันได้อย่างที่เราเคยทำมาแล้วเป็นเวลานับร้อยๆ ปี”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถกับพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ

พระองค์ท่านมิเพียงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการช่วยเหลือสังคมเท่านั้น แต่ยังทรงตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยิ่งยวดด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ พระราชกรณีกิจเหล่านี้ของพระองค์เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกมาช้านาน WWF ซึ่งเป็นองค์กรด้านการอนุรักษ์ระดับโลก ได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่องานด้านนี้จึงขอพระราชทานพระราชวโรกาสทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลแด่พระองค์เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522

“ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจที่ทรัพยากรต่างๆ ของเรายังคงอยู่” ทรงตรัส “แต่พวกเราต้องใช้อย่างฉลาดเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ศึกษาวิจัยและนันทนาการ ประวัติศาสตร์จะต้องไม่จารึกไว้ว่า คนรุ่นเราคือผู้ทำลายป่าไม้และสัตว์ป่าของเราจนหมดสิ้น สิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของมรดกของแผ่นดิน และมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่บนแผ่นดินได้ไม่น้อยไปกว่าเรา ข้าพเจ้าหวังว่า ท่านจะเห็นพ้องกับข้าพเจ้าในความห่วงใย และจุดประสงค์ที่จะปกป้องแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ อันเป็นมรดกที่เราได้รับมาจากบรรพบุรุษรุ่นก่อนๆ ปกป้องไว้ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเราเองเท่านั้น แต่เพื่อลูกหลานของเราและลูกหลานของเขาต่อๆ ไป”

สี่ปีต่อมาในปี พ.ศ. 2526 เจ้าหญิงจูเลียน่า อดีตพระราชินีนาถแห่งเนเธอร์แลนด์ พร้อมด้วยเจ้าชายเบิร์นฮาร์ด (องค์ประธานก่อตั้งของ WWF) เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะ และเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทั้งสองพระราชวงศ์ทรงแสดงความเป็นห่วงเป็นใยและมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทรงอุปถัมภ์งานด้านการอนุรักษ์

จากพระราชปฏิสันถารข้างต้น WWF จึงประสานงานกับกับรัฐบาลไทย และนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ผู้ก่อตั้งนิยมไพรสมาคมจัดงาน “Save Our Wildlife” ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อระดมทุนช่วยเหลืองานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าในประเทศไทย โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ (องค์ประธาน WWF International) ทรงเป็นประธานครั้งนี้ เงินทุนที่ได้ในครั้งนั้นได้ใช้ไปเพื่อก่อตั้งมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับเป็นองค์อุปถัมภ์

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่องานด้านการอนุรักษ์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 พระองค์เสด็จฯ เป็นองค์ประธานการประชุมนานาชาติด้านพื้นที่ป่าอนุรักษ์เรื่อง “Beyond the Trees” ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อการหารือเกี่ยวกับการออกแบบและจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านพื้นที่อนุรักษ์กว่า 100 ท่านจาก 40 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
เรื่องราวของการคืนช้างสู่ธรรมชาติ

ไม่นานหลังจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ ในปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงริเริ่มโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาช้างบ้านได้กลับคืนสู่ป่าธรรมชาติ อันเป็นบ้านที่แท้จริงขงช้างที่ธรรมชาติสรรสร้างมา

ในขั้นตอนการคืนช้างสู่ธรรมชาตินั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเริ่มปล่อยช้างคืนสู่ธรรมชาติเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2540 จำนวน 3 เชือก คือ พังบัวลอย พังบุญมี และพังมาลัย และทรงปล่อยครั้งที่สองเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 คือ พังสังวาลย์ และพังคำน้อย จากนั้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 ทรงปล่อยพังคำมูล และพลายสอง ในปี พ.ศ. 2543 ทรงเสด็จฯ เป็นประธานปล่อยช้างอีก 16 เชือก และในปี พ.ศ. 2544 สมเด็จพระราชินีมาเกรเธและเจ้าฟ้าชายเฮนริกแห่งเดนมาร์ก (องค์ประธาน WWF ประเทศเดนมาร์ก) ทรงปล่อยช้างเพิ่มอีกหนึ่งเชือก คือ พังบุญรอด

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ณ พระราชวังบักกิ้งแฮม  เจ้าฟ้าชายฟิลิปทรงกล่าวชื่นชมและมีพระราชปฏิสันถารถึงการอนุรักษ์ช้างในประเทศไทยกับ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ทั้งยังทรงยกย่องพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงริเริ่มโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติฯ เจ้าฟ้าชายฟิลิปทรงส่งพระราชสาส์นถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสนอให้ WWF ให้การช่วยเหลือการก่อตั้งมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิฯ ได้ก่อตั้งและจอดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2545

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติบางปู : สถานที่แห่งใหม่สำหรับผู้รักธรรมชาติ

นอกจากชายหาดยาวสุดตา แนวป่าโกงกางอันร่มรื่น นกนางนวลนับพัน และร้านอาหารริมทะเลชวนรับประทานแล้ว ปัจจุบันนี้ บางปูยังมีศูนย์ศึกษาธรรมชาติให้ผู้สนใจเข้าชม โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกองทัพบกและ WWF ประเทศไทย โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547

บางปูเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 37 กม. อยู่ในเขตความรับผิดชอบของกองทัพบก เป็นพื้นป่าโกงกางและชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งหากินของนกนางนวลฝูงใหญ่ที่อพยพมาในช่วงฤดูหนาว และยังพบเห็นนกอพยพที่ใกล้สูญพันธ์ชนิดอื่นอีกเช่นกัน ศูนย์ศึกษาธรรมชาติแห่งใหม่นี้ประกอบไปด้วยเส้นทางศึกษาธรรมชาติและหอส่องสัตว์ พร้อมสื่อการศึกษาที่ออกแบบมาสำหรับการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับครูและนักเรียนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมของศูนย์ปีละราว 20,000 คน และคณาจารย์ 20,000 คน ผู้สนับสนุนหลักด้านการดำเนินกิจกรรมในช่วง 3 ปีแรก คือ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

การอนุรักษ์เต่าทะเล : การเดินทางอันไม่รู้จบของนักเดินทางแห่งท้องทะเล

การทำประมงที่ไม่ยั่งยืน การบริโภคไข่เต่าและการค้ากระดองเต่า การพัฒนาชายฝั่ง และมลภาวะทางทะเล ล้วนเป็นภัยคุกคามหลักต่อเต่าทะเล เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2522 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงริเริ่มโครงการอนุรักษ์เต่าทะเลที่เกาะมันใน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดระยองในเขตอ่าวไทย โดยพระองค์ทรงพระราชทานเกาะส่วนพระองค์แห่งนี้ให้แก่กรมประมงเพื่อใช้ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 กรมประมงได้แจ้งเรื่องไปยังกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้ห้ามมิให้มีการส่งออกกระดองเต่าอีกต่อไป

เมื่อ พ.ศ. 2523 WWF มอบเรือเพื่อการสำรวจสถานภาพเต่าทะเลและเฝ้าระวังผู้รุกล้ำรังของเต่าทะเลในบริเวณอุทยานแห่งชาติตะรุเตา นับแต่ พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา WWF ให้การสนับสนุนเงินทุนโครงการอนุรักษ์เต่าทะเลและแหล่งอาศัยแก่มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย และตั้งแต่ พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา WWF ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาและได้ให้คำแนะนำแก่มูลนิธิอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาว ซึ่งจัดตั้งโดยโรงแรม เจ. ดับบลิว. แมร์ริออต รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดภูเก็ต

แม้ในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แต่พระองค์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยก็มิเคยทรงหยุดปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และทรงยินดีที่จะพระราชทานพระราชดำรัสอันทรงค่าแก่พสกนิกรทุกปี ทรงให้กำลังใจประชาชนในการคิดดีและทำดี เป็นคนดีและยุติธรรม ขยันและรักผู้อื่น โดยทุกครั้งพระองค์จะทรงย้ำให้ทุกคนดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้มิใช่เพียงเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่รวมถึงเพื่อลูกหลานและคนรุ่นต่อไป

“ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากในทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่าที่ประเทศไทยมีอยู่ ข้าพเจ้าเชื่อว่าพวกเราควรใช้สิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน และอนุรักษ์ในทุกๆ ทางที่จะทำได้ เพื่อที่ประวัติศาสตร์จะไม่จารึกว่าสิ่งเหล่านี้ถูกทำลายในช่วงเวลาสั้นๆ ในยุคของเรา ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติล้ำค่าและเป็นมรดกที่พวกเราตกทอดมาจากคนรุ่นก่อน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะปกปักรักษาเอาไว้ให้ลูกหลานในวันข้างหน้า”

ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 72 พรรษา มหาราชินี ข้าพระพุทธเจ้าฯ ในฐานะตัวแทนเจ้าหน้าที่ WWF จำนวน 4,000 คน และสมาชิกทั่วโลก 5 ล้านคน ขอถวายพระพร ขอจงทรงพระเจริญ และรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกิจกรรมด้านอนุรักษ์ของโลก ด้วยพระวิสัยทัศน์ พระอัจฉริยภาพในการเป็นองค์ผู้นำที่มิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และพระวิริยะเพื่อทำให้โลกใบนี้น่าอยู่สำหรับเราทุกคน
การทำงานด้านการอนุรักษ์ของ WWF เพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ดำเนินขึ้นตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การริเริ่มโครงการต่างๆ ที่นำไปสู่ความร่วมแรงร่วมใจ ความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และความสมัครสมานจากทุกองค์กรนั้นเป็นการเน้นย้ำเพื่อให้แน่ใจว่า ว่าแนวทางทำงานด้านการอนุรักษ์ที่ผ่านมาเกิดสัมฤทธิผลและมีประสิทธิภาพ เป็นการก้าวย่างไปบนเส้นทางแห่งอนาคตที่ยั่งยืนซึ่งมนุษยชาติจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมานฉันท์ ภารกิจดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนมีบทบาทรับผิดชอบร่วมกัน WWF

กระนั้น ก็ยังมีภารกิจอีกมากมายที่พวกเราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ เพื่อเจริญรอยตามพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้งนี้การทำงานด้านการอนุรักษ์ของ WWF ยังต้องการการสนับสนุนจากประชาชน องค์กรเอกชน และหน่วยงานต่างๆ และด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันเท่านั้นจึงจะทำให้เรามั่นใจได้ว่า โลกของเราจะได้รับการพิทักษ์ไว้ให้เป็นโลกที่น่าอยู่ต่อไป

 

H.M.Queen Sirikit Celebration
© WWF Thailand Enlarge
H.M.Queen Sirikit & Conservation
© WWF Thailand Enlarge

Subscribe to our mailing list

* indicates required