บทบาทของชุมชนท้องถิ่น ในการกำหนดแนวเขตพื้นที่แรมซาร์บึงโขงหลง | WWF

บทบาทของชุมชนท้องถิ่น ในการกำหนดแนวเขตพื้นที่แรมซาร์บึงโขงหลง

Posted on 02 October 2008    
Demarcation boundary at Beung Kong Long
© WWF Thailand
โดย อโนชา พิชัยศิริ

หลักธรรมมาภิบาลของพื้นที่ชุมน้ำนั้นคืออะไร?บทความนี้จะขอเล่าให้ผู้อ่านได้ฟังจากประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ของ WWF ประเทศไทย ในการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำประเภทบึงน้ำจืด “บึงโขงหลง” ให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ในกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อการอนุรักษ์พื้นที่ชุมน้ำของชุมชน

เป็นการยากยิ่งนักที่เราจะปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตแหล่งน้ำจืดให้รอดพ้นจากกิจกรรมการพัฒนา ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรอันมีคุณค่าต่อวิถีชีวิตชุมชน สาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ คือ ความไม่ชัดเจนของแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ ดังนั้น  WWF ประเทศไทย โดยโครงการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเทศไทยและลุ่มน้ำโขง จึงเป็นแกนนำในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมคิด ร่วมกำหนดแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง
 
บึงโขงหลงตั้งอยู่ที่จังหวัดหนองคาย ภาคเหนือของประเทศไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ โดยสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) ในวันที่ 5 กรกฏาคม พ.ศ. 2544  บึงโขงหลงเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง จากการความพยายามของหน่วยราชการจากส่วนกลางในการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้มายาวนาน WWF พบว่ายังมีสาเหตุสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง อันได้แก่ การนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์อย่างไม่ยั่งยืน การขยายพื้นที่เกษตรกรรมอย่างรวดเร็ว ตลอดจนขาดการวางแผนจัดการพื้นที่รอบๆ บึงโขงหลงที่ไม่รัดกุมเพียงพอ ซึ่งการเอาชนะต่ออุปสรรคเหล่านี้ก็คือการกำหนดแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำของชุมชนให้ชัดเจน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ไขการบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำ อันมีสาเหตุมากจากความไม่ชัดเจนของพื้นที่ชุ่มน้ำ

อันที่จริงแล้ว ก่อนที่บึงโขงหลงจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่แรมซาร์ไซต์นั้น มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางว่านักอนุรักษ์ฯ จะยึดเขตแนวใดเป็นตัวกำหนดขอบเขตพื้นที่ชุมน้ำบึงโขงหลงแห่งนี้ มีการประชุมหารือกันหลายครั้งซึ่งก็ยังไม่สามารถหาข้อยุตติได้  WWF จึงก้าวเข้ามาด้วยเล็งเห็นความสำคัญของปัญหา อันเกิดจากความไม่ชัดเจนของเส้นแบ่งแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงได้ประสานกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายๆ ฝ่าย ในการดำเนินงานกำหนดขอบเขตบึงโขงหลงให้ชัดเจน มีการจัดประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากส่วนราชการ และชุมชนรอบๆบึงโขงหลง เพื่อรับฟังเหตุผลความจำเป็นในการดำเนินงานสำรวจแนวเขตพื้นที่ และวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน ภายใต้การจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน ซึ่งประกอบด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ดินอำเภอ และเจ้าหน้าที่โครงการพื้นที่ชุ่มน้ำฯ ในเบื่องต้นมีการถกเถียงกันอย่างหนักว่า แนวเขตบึงโขงหลงที่จะดำเนินการนั้น บางส่วนลุกล้ำเข้าไปในที่ดินของชุมชน จึงไม่เห็นด้วยกับแนวเขตที่เสนอขึ้นมาในครั้งนั้น ซึ่งเป็นการขีดเส้นขอบเขตโดยใช้เพียงแต่ข้อมูลทางเอกสารและวิเคราะห์หาแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อตีเส้นขอบเขตลงบนแผนที่

แม้ว่าชุมชนจะยังคงไม่ไว้วางใจต่อการทำงานของคณะทำงานกำหนดแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำชุดนี้ แต่นั่นมิได้เป็นอุปสรรคในการทำงานจนทำให้รู้สึกท้อถอยเลย คณะทำงานกลับมาวิเคราะห์ปัญหาและเปลี่ยนแนวทางทำงานใหม่ เริ่มต้นจากการลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชุมชน  มีการสำรวจพื้นที่โดยการใช้เครื่องมือกำหนดพิกัดบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม (GPS)  เพื่อสำรวจแนวถือครองที่ดิน แล้วกำหนดจุดเขตแดนของบึงและเขตที่ดินของชาวบ้านลงไปบนแผนที่ชุดล่าสุดจากกรมแผนที่ทหาร และรวบรวมเอกสารการถือครองที่ดินทุกผืนของชาวบ้านใกล้เคียงบึงโขงหลง โดยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าที่ประชุมร่วมกับเจ้าของที่ดินและเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเพื่อปรึกษาหารือถึงแนวขอบเขตพื้นที่ชุมน้ำและนำไปสู่ความเห็นพ้องต้องกันของทั้งสองฝ่ายในการกำหนด แนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลงลงไปบนแผนที่อีกครั้ง ในที่สุดที่ประชุมก็ได้แผนที่ต้นฉบับเพื่อใช้เป็นการชั่วคราวสำหรับการอ้างอิงแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง ที่ประชุมได้ฝากแผนที่ฉบับชั่วคราวนี้ให้เจ้าของที่ดินนำไปพิจารณาทบทวนถึงความเหมาะสมและมีเวลามากพอที่จะเตรียมคำถาม หรือข้อข้องใจในประเด็นต่างๆ มาซักถามในการประชุมครั้งต่อๆไปเพื่อหาข้อสรุปสุดท้ายของแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลงของชุมชน

การได้มาซึ่งแผนที่แสดงแนวเขตพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลงนี้ นับเป็นความร่วมมือจากหลายฝ่าย ประกอบกับการสนับสนุนด้านงบประมาณในการดำเนินงานจาก องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และ WWF ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ประสานงานและผู้อำนวยความสะดวกให้เกิดกระบวนการมีส่วนรวมของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนวิเคราะห์ปัญหาดังที่เล่ามาในข้างต้นแล้ว และในที่สุดบึงโขงหลง จึงมีแนวขอบเขตที่ชัดเจนและถูกบันทึกเอาไว้บนแผนที่อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การดำเนินการใดๆ อันเนื่องด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่ชุมน้ำแห่งนี้ เกิดความชัดเจนในการจัดการในเชิงพื้นที่

Demarcation boundary at Beung Kong Long
© WWF Thailand Enlarge
รูปแสดงเครื่องมือ GPS ที่ใช้ในการสำรวจหมุดเขตที่ดินของชาวบ้านและแนวขอบเขตบึงโขงหลง
© WWF Thailand Enlarge

Subscribe to our mailing list

* indicates required