กลุ่มเอ็นจีโอกำหนดเส้นตายหนึ่งปีในการหยุดสร้างเขื่อนไซยะบุรี



Posted on 20 June 2014
เขื่อนไซยะบุรี: กำแพงที่ทำให้ปลาไม่สามารถว่ายทวนน้ำเพื่ออพยพได้
เขื่อนไซยะบุรี: กำแพงที่ทำให้ปลาไม่สามารถว่ายทวนน้ำเพื่ออพยพได้
© WWF ThailandEnlarge
กรุงเทพ, ประเทศไทย – กลุ่มองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGOs) จากทั่วโลกประกาศเข้าร่วมต่อต้านการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีบนแม่น้ำแม่โขงสายหลักที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกข้อตกลงที่จะซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าไซยะบุรี

การประกาศต่อต้านที่ลงนามโดย 39 กลุ่มองค์กรไม่แสวงผลกำไรทั้งระดับนานาชาติ , ระดับชาติและกลุ่มประชาชน รวมถึงองค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) เกิดขึ้นก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยมีหัวหน้ารัฐบาลจาก 4 ประเทศแม่น้ำโขงตอนล่างเข้าร่วมการประชุม ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะระบุถึงความท้าทายที่มีต่อลุ่มแม่น้ำโขงและความร่วมมือในระดับภูมิภาค

เนื่องจากโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเป็นเขื่อนแรกที่อยู่ในกระบวนการหารือของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ทำให้โครงการนี้เป็นกรณีทดสอบที่สำคัญอย่างมากต่ออีกสิบโครงการเขื่อนที่ถูกเสนอสร้างสำหรับแม่น้ำโขงตอนล่าง โดยกระบวนการของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงได้เรียกร้องให้หลายประเทศร่วมกันทบทวนโครงการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงที่เสนอเข้ามา  ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้เกิดฉันทามติว่าโครงการสร้างเขื่อนเหล่านั้นสมควรดำเนินการต่อไปหรือไม่

แอม เทรมเด็ม ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขององค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) กล่าวว่า “ประเทศกัมพูชาและเวียดนามไม่เคยเห็นชอบกับโครงการเขื่อนไซยะบุรี อย่างไรก็ตาม ประเทศลาวยังคงเดินหน้าต่อไปในการก่อสร้างเขื่อนโดยปราศจากการเห็นชอบจากประเทศเพื่อนบ้าน” ท่านยังกล่าวต่อว่า “โครงการเขื่อนไซยะบุรีทำให้ความชอบธรรมของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC)ที่ถูกต้องด้วยกฎหมายอ่อนแอลงอย่างร้ายแรง และคุกคามต่อความอุดมสมบูรณ์และความเจริญงอกงามของแม่น้ำโขงและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง

ซึ่งอาจทำให้กว่าหลายล้านชีวิตต้องเผชิญกับปัญหาความมั่นคงทางอาหาร การประชุมแม่น้ำโขง (The Mekong
Summit)นี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับประเทศกัมพูชาและเวียดนามในการแสดงท่าทีที่หนักแน่นและบอกถึงความกังวลของพวกเขาออกไปให้เป็นที่รับรู้ทั่วกันอย่างชัดเจนก่อนที่มันจะสายเกินไป”


จากข้อมูลของบริษัท Pöyry บริษัทที่ปรึกษาจากประเทศฟินแลนด์ที่เป็นผู้ให้คำปรึกษากับประเทศลาวด้านวิศวกรรมเขื่อน เขื่อนเล็กกั้นลำน้ำชั่วคราวเพื่อใช้เบนทิศทางการไหลของแม่น้ำจากสถานที่ก่อสร้างเขื่อนในแม่น้ำจะถูกสร้างขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2558 ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงโดยตรงครั้งแรกต่อพื้นท้องน้ำในช่วงฤดูแล้ง และจะเป็นจุดเริ่มต้นของผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถฟื้นคืนสภาพกลับมาได้อีก

ประเทศไทยอยู่ในรายชื่ออันดับต้นๆที่จะใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีซึ่งใช้งบประมาณการก่อสร้างประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่มธนาคารของประเทศไทย 6 แห่งกำลังให้การสนับสนุนเงินทุนโครงการเขื่อนไซยะบุรี แม้โครงการดังกล่าวจะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงความไม่แน่นอนในด้านผลกำไรจากโครงการนี้

มาร์ก กอยชอท ผู้นำด้านไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ยั่งยืนร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก เกรทเตอร์ แม่โขง กล่าวว่า “มันยังไม่สายเกินไปที่จะหยุดเขื่อนที่จะสร้างความหายนะนี้ ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นในต้นปีหน้านี้อย่างไม่สามารถฟื้นคืนสภาพได้อีก” “ประเทศไทยจะต้องวางตัวอย่างมีความรับผิดชอบและยกเลิกข้อตกลงการซื้อพลังงานไฟฟ้าซึ่งเกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร จนกว่าจะมีฉันทามติจากประเทศในภูมิภาคเกี่ยวกับเขื่อนที่สร้างบนแม่น้ำโขงสายหลัก และหากธนาคารทั้งหกธนาคารของประเทศไทยพิจารณาทบทวนการประเมินความเสี่ยงต่างๆ และให้คุณค่ากับชื่อเสียงของธนาคารในระดับนานาประเทศ รวมทั้งผลตอบแทนทางการเงินแล้ว พวกเขาคงจะถอนตัวออกจากโครงการนี้”

ในปฏิญญาร่วมนี้ องค์กรต่างๆ ยอมรับร่วมกันว่า โครงการเขื่อนไซยะบุรีเป็นหนึ่งในเขื่อนที่จะก่อให้เกิดมหันตภัยร้ายแรงที่สุดในบรรดาเขื่อนที่กำลังก่อสร้างทั่วโลก ถือเป็นภัยร้ายแรงที่สุดสำหรับประเทศที่มีพรมแดนร่วมกัน ทั้งในแง่ของความมั่นคงด้านอาหาร การพัฒนาอย่างยั่งยืน และความร่วมมือระดับภูมิภาคในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของโครงการนี้ยังไม่ถึงมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติอีกด้วย

การตรวจสอบเขื่อนไซยะบุรีของผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีช่องโหว่ที่สำคัญด้านข้อมูลและจุดอ่อนหลายประการ เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางของปลาที่วางแผนไว้สำหรับการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ และผู้เชี่ยวชาญยืนยันแล้วว่า โครงการเขื่อนไซยะบุรีจะกีดขวางการไหลเวียนของตะกอนส่วนหนึ่ง ซึ่งจะลดความมั่นคงของระบบนิเวศของแม่น้ำที่เกษตรกร ชาวประมง และอีกหลายภาคส่วนทางเศรษฐกิจต้องพึ่งพา

เทรนเด็ม กล่าวว่า “เพราะปราศจากผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาเขื่อนบนลุ่มแม่น้ำโขงสายหลักทางตอนล่างอยู่บนการคาดเดาโดยส่วนใหญ่ในเวลานี้” เทรนเด็มกล่าวอีกว่า “แต่ประเทศลาวคาดหวังว่าประเทศเพื่อนบ้านจะก้าวกระโดดข้ามความศรัทธาและความเชื่อมั่นที่มีไปอย่างอันตรายว่า อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้อย่างไรจะได้รับการแก้ปัญหา ในขณะที่การก่อสร้างได้เริ่มต้นไปแล้ว วิธีการที่คลุมเคลือนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสรุปผลการศึกษาไปก่อน แต่ชัดเจนว่าเป็นการฝ่าฝืนหลักปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับนานาชาติ”

ลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างเป็นหนึ่งในแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ทอดเหยียดยาวและไหลอย่างเสรีสายสุดท้ายของโลก อันมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตประชาชน 60 ล้านคนด้วยพื้นที่ประมงอันอุดมสมบูรณ์ ในการที่ปลาจะอพยพขึ้นลงตามลำน้ำ พวกมันจะต้องว่ายผ่านเขื่อนตามเส้นทางการเดินทางของปลาที่วางแผนไว้

กอยชอท กล่าวว่า “ยังไม่พบลู่ทางใด ๆ ที่นานาชาติยอมรับและสามารถพิสูจน์ได้ในทางเทคโนโลยี ว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบของโครงการเขื่อนไซยะบุรีที่มีต่อการอพยพของปลา และการไหลของตะกอนท้องแม่น้ำได้” “การนิ่งนอนใจต่ออนาคตของแม่น้ำแม่โขงกับการวิเคราะห์ที่มีข้อบกพร่องอาจทำให้เกิดผลกระทบอันร้ายแรงตามมาต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหลายล้านคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำแม่โขง”

การร่วมมือกันของกลุ่มองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO) สนับสนุนท่าทีของรัฐบาลเวียดนามที่ออกมาเรียกร้องอย่างหนักแน่นและเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2554 ให้ลาวปฏิบัติตามมติของ MRC ว่าด้วยขั้นตอน การหารือกันก่อน กล่าวคือให้ “ชะลอการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี รวมทั้งโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอื่น ๆ ที่จะสร้างคร่อมแม่น้ำโขงสายหลักออกไปอย่างน้อย 10 ปี” ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องตามคำชี้แนะในรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ของ MRC ปี 2010 เกี่ยวกับโครงการเขื่อนต่าง ๆ ที่จะสร้างคร่อมแม่น้ำโขงสายหลัก

###

รายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อขอสัมภาษณ์ กรุณาติดต่อ

ศศิภาส์ มงคลนาวิน, ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร, WWF-ประเทศไทย
โทร.+66 910 034 240
อีเมล์: SMongolnavin@wwfgreatermekong.org

หมายเหตุ
การประชุมของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC)ครั้งที่สอง จะจัดขึ้น ที่โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 5 เมษายน ผู้นำของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงของแต่ละประเทศ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม จะทบทวนข้อตกลงที่เคยสร้างไว้ร่วมกันเมื่อ 4 ปีที่แล้วเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่างๆที่องค์กรลุ่มแม่น้ำโขงและคณะกรรมธิการแม่น้ำโขงเผชิญอยู่ และทำการตกลงหาหนทางที่ดีที่สุดเพื่อจะจัดการปัญหาเหล่านี้ http://www.mrcsummit.org/ การประชุม Summit จะดำเนินไปก่อนหน้า โดยการประชุมนานาชาติในหัวข้อ “ความร่วมมือทางด้านความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร และน้ำในประเทศที่มีพรมแดนร่วมกันทางลุ่มแม่น้ำภายใต้สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2 และ 3 ของเดือนเมษายน ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม จัดโดยรัฐบาลของประเทศเวียดนามและคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC)

________________________________________________

เกี่ยวกับ WWF

WWF คือหนึ่งในองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด และเป็นอิสระมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผู้ให้การ สนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคน และมีเครือข่ายทำงานอยู่ในประเทศต่างๆกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือ ลดการบุกรุก และยับยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของโลก พร้อมไปกับสร้างอนาคตใหม่ให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ด้วยการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของโลก สร้างหลักประกันให้มีการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผลักดันให้เกิดการลด มลภาวะและลดการบริโภคอย่างสิ้นเปลือง

Website: http://www.wwfthailand.org
Facebook: http//www.facebook.com/wwfthailand
Instagram: @wwf_thailand
เขื่อนไซยะบุรี: กำแพงที่ทำให้ปลาไม่สามารถว่ายทวนน้ำเพื่ออพยพได้
เขื่อนไซยะบุรี: กำแพงที่ทำให้ปลาไม่สามารถว่ายทวนน้ำเพื่ออพยพได้
© WWF Thailand Enlarge
แม่น้ำโขง หนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของโลกที่กำลังจะถูกทำร้าย
© Adam Cathro Enlarge
หยุดเขื่อนไซยะบุรี คืนความสุขให้ 60 ล้านชีวิตในอุษาคเนย์
หยุดเขื่อนไซยะบุรี คืนความสุขให้ 60 ล้านชีวิตในอุษาคเนย์
© WWF Thailand Enlarge
แม่น้ำโขง คือแม่น้ำสายหลักที่มีความสำคัญต่อหลายชีวิตในหลายประเทศ
© Tan Someth Bunwath / WWF-Cambodia Enlarge
เขื่อนไซยะบุรีจะขัดขวางทางหลักของแม่น้ำโขงอย่างรุนแรง
เขื่อนไซยะบุรีจะขัดขวางทางหลักของแม่น้ำโขงอย่างรุนแรง
© WWF Thailand Enlarge
แม่น้ำโขงอาจจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป หากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรี
© WWF-Canon/Elizabeth Kemf Enlarge
ภาพจากการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี
ภาพจากการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี
© Marc Goichot / WWF-Greater Mekong Enlarge
หากเรายังไม่ร่วมมือกันนั่นหมายถึงการทำร้ายธรรมชาติ ทำร้ายมนุษย์ ทำลายอนาคตของเราทุกคน
หากเรายังไม่ร่วมมือกันนั่นหมายถึงการทำร้ายธรรมชาติ ทำร้ายมนุษย์ ทำลายอนาคตของเราทุกคน
© Peter Denton / WWF-Canon Enlarge