WWF ย้ำไทยต้องเดินหน้าแก้กฎหมายห้ามค้างาช้าง ฉลองวันคุ้มครองสัตว์ป่าสากล



Posted on 03 March 2014  | 
ตัวแทน WWF ยืนรายชื่อกว่า 500,000 ชื่อจากทั่วโลกลงนามเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้หยุดค้างาช้างในประเทศไทยพร้อมปฏิรูปกฎหมายห้ามค้างาช้างในประเทศไทยเพื่อช่วยปกป้องช้างแอฟริกัน (กรุงเทพฯ 27 กุมภาพันธ์ 2556)
© WWF THAILANDEnlarge

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 3 มีนาคม พ.ศ. 2557 WWF และ TRAFFIC เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองวันคุ้มครองสัตว์ป่าสากลซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก โดยกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่จังหวัดชลบุรี

ในการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่16 (CITES COP16) ที่กรุงเทพฯ โดยรัฐบาลไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพได้เสนอให้วันที่ 3 มีนาคม เป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่าสากล การเสนอดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการโดยที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาติครั้งที่68 ได้ประกาศให้วันที่ 3 มีนาคมของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่าสากล

การที่ประชาคมโลกกำหนดให้มีวันคุ้มครองสัตว์ป่าสากลเป็นการย้ำเตือนถึงความสวยงามและหลากหลายของสัตว์และพืชป่ารวมถึงตระหนักถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสัตว์ป่าและมนุษย์ทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการสร้างความตระหนักรู้ถึงความจำเป็นในการปราบปรามปัญหาอาชญากรรมสัตว์ป่าอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

แนวโน้มการผลักดันของประชาคมโลกเพื่อนำไปสู่การให้คำมั่นและกระทำการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่ามีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้มีมติคว่ำบาตรผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าอันมีส่วนสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธหรือเครือข่ายอาชญากรรมในเขตตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

รัฐสภาแห่งสหภาพยุโรปได้มีมติในเรื่องการจัดการปัญหาอาชญากรรมสัตว์ป่าโดยเน้นย้ำถึงการเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและเรียกร้องให้มีการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมาย การควบคุมบริเวณชายแดน เพิ่มการคว่ำบาตรและเพิ่มโทษผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า ในส่วนของสหรัฐอเมริกา รัฐบาลสหรัฐฯ ออกแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติต่อต้านการค้าสัตว์ป่าอันเป็นการยกระดับความสำคัญของปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐบาลกลางมากมาย

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การประชุม ณ กรุงลอนดอน (the London Summit) เหล่าผู้นำ รัฐมนตรีและตัวแทนระดับสูงเกือบ50ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการล่าและลักลอบค้าสัตว์ป่าเข้าร่วมหารือและให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเร่งด่วนที่สุดเพื่อปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า มาตรการที่ได้รับความเห็นชอบจากเหล่าประเทศร่วมลงนามในปฎิญญาลอนดอนได้แก่ การกำจัดการซื้อขายสินค้าจากสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย เพิ่มความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายและจัดให้มีกรอบข้อกฎหมายและมาตรการยับยั้งที่มีประสิทธิภาพ ปฎิญญาลอนดอนได้เรียกร้องให้สนับสนุนวิถีชีวิตทางเลือกอย่างยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น

นางสาวจันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการงานรณรงค์ต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่า WWFประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มเสนอให้มีการประกาศให้วันที่ 3 มีนาคมเป็น วันคุ้มครองสัตว์ป่าสากล แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทยพลาดโอกาสในการรับรองปฎิญญาลอนดอนเพื่อยืนยันความตั้งใจจริงของรัฐบาลไทยร่วมกับนานาประเทศ และบอกเล่าถึงความคืบหน้าของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหาการค้างาช้าง  ทั้งนี้แม้ในทางปฏิบัติมีอุปสรรคและปัญหาต่างๆ   แต่  นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีพันธผูกพันต่อประชาคมโลกที่ต้องผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อยุติการค้างาช้างให้สำเร็จลุล่วง แม้ว่ารัฐบาลไทยโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบได้จัดทำร่างกฎหมายและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น  แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่กระบวนการและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้ง ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต้องเดินหน้าต่อไปอย่างรวดเร็ว และจริงจังยิ่งขึ้น   วิกฤตการณ์การล่าช้างเอางาที่คุกคามความคงอยู่ของประชากรช้างของโลกต้องได้รับการ แก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด”

วันคุ้มครองสัตว์ป่าสากลถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้เราทุกคนตระหนักถึงความสวยงามตามธรรมชาติของสัตว์ป่าและพืชป่าหลากหลายที่มีอยู่บนโลกใบนี้   อีกทั้งยังเป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่รัฐบาลไทยได้ให้คำมั่นว่าจะยุติการค้างาช้าง   ประเทศไทยมีเวลาไม่มากนักที่จะแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการตามคำสัญญา ความล้มเหลวที่จะยุติการค้างาช้างไม่เพียงส่งผลเสียต่อชื่อเสียงประเทศเท่านั้น หากแต่เป็นการปล่อยให้ช้างต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายต่อไป ประเทศไทยมีองค์ประกอบที่พร้อมมูลต่อการเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าในภูมิภาคนี้  ซึ่งประกอบด้วยระบบการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ดี การสนับสนุนจากภาครัฐ  ภาคเอกชน  และบุคคลทั่วไป รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในประเทศและกรอบข้อกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ  ณ นาทีนี้เป็นโอกาสอันดียิ่งสำหรับประเทศไทยในการจัดทำแผนการดำเนินการแก้ไขข้อกฎหมายที่จริงจังเห็นผล   

ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองอีกครั้ง การลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจังต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนที่สุด

 

###

 

รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

 

จันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา, ผู้จัดการงานรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่า, WWF ประเทศไทย

jongsiriwittaya@wwfgreatermekong.org, Tel +668 842 4433, +662 6198534 Ext.113

 

ราเบีย มุสตัค, เจ้าหน้าที่สื่อสาร WWF ประเทศไทย

rabiam@wwfgreatermekong.org โทร +662 6198534 ต่อ 106

 

เกี่ยวกับ WWF:

WWF คือหนึ่งในองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด และเป็นอิสระมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผู้ให้การ สนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคน และมีเครือข่ายทำงานอยู่ในประเทศต่างๆกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือ ลดการบุกรุก และยั้บยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของโลก พร้อมไปกับสร้างอนาคตใหม่ให้มนุษย์ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ด้วยการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลาก หลายทางชีวภาพของโลก สร้างหลักประกันให้มีการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผลักดันให้เกิดการลด มลภาวะและลดการบริโภคอย่างสิ้นเปลือง

เยี่ยมชม panda.org/news เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด และข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน รวมทั้งติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่  @WWFThailand

เว็บไซต์: www.wwfthailand.org

Facebook: www.facebook.com/wwfthailand

Instagram: @wwf_thai

 

 


ตัวแทน WWF ยืนรายชื่อกว่า 500,000 ชื่อจากทั่วโลกลงนามเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้หยุดค้างาช้างในประเทศไทยพร้อมปฏิรูปกฎหมายห้ามค้างาช้างในประเทศไทยเพื่อช่วยปกป้องช้างแอฟริกัน (กรุงเทพฯ 27 กุมภาพันธ์ 2556)
© WWF THAILAND Enlarge
3 มีนาของทุกปี วันคุ้มครองสัตว์ป่าสากล
© CITES Enlarge
การจับกุมการลักลอบค้างาช้างแอฟิกันผิดกฎหมายโดยกรมศุลากรที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
© WWF Canon / James Morgan Enlarge
ภาพของฝูงช้างป่า กระทิง และเสือโคร่งเพศเมีย ถ่ายได้บริเวณแปลงปรับปรุงแหล่งอาหารสัตว์ป่าในพื้นที่โครงการ และเป็นพื้นที่เป้าหมายการอนุรักษ์ช้างป่า ระหว่างพวกมันออกมากินอาหารในช่วงพลบค่ำ ครอบครัวช้างป่า 10 ตัว กระทิงฝูงร่วม 35 ตัว และสัตว์ป่าอื่นๆ
© WWF Thailand/Suchin Wongsuwan Enlarge