โลมาแม่โขงเสี่ยงต่อการอยู่รอดจากผลกระทบการสร้างเขื่อน



Posted on 20 February 2014  | 
โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 85 ตัว
© David Dove / WWF Greater MekongEnlarge

พนมเปญ, ประเทศกัมพูชาทางการรัฐบาลของสาธารณะประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ตัดสินใจเดินหน้าโครงการเขื่อนดอนสะโฮงทางตอนใต้ของประเทศโดยตั้งอยู่เหนือแหล่งที่อยู่อาศัยของเหล่าโลมาแม่โขงเพียงหนึ่งกิโลเมตรซึ่งสุ่มเสื่ยงต่อการเป็นสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธ์ในแม่น้ำโขง

 

อ้างอิงจากเอกสารของทาง WWF  ทางผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการเขื่อนนี้ได้ทำการใช้ระเบิดในการขุดเจาะทำลายหินจำนวนหลายล้านตันซึ่งจะก่อให้เกิดคลื่นเสียงจำนวนมากอาจทำให้โลมาต้องเสียชีวิตเนื่องจากคลื่นเสียงที่มากเกินไปมีผลต่อระบบโสตประสาทของโลมา  , การสัญจรไปมาของเรือที่มากขึ้นทำให้คุณภาพของน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงและอาจก่อให้เกิดภาวะสะสมของการรบกวนและความตึงเครียดที่อาจก่อให้เกิดการสูญพันธ์ของโลมาจำนวนมาก

 

โครงการก่อสร้างเขื่อนดอนสะโฮงทางตอนบนของแม่น้ำโขงอาจทำให้โลมาจำนวนมากหายไปจากแม่น้ำโขง Chhith Sam Ath, ผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ WWF ประเทศกัมพูชา กล่าว ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโลมาจากการสร้างเขื่อนอาจไม่สามารถทำให้ลดลงได้รวมไปถึงอาจไม่ผ่านข้อกำหนดที่ระบุไว้ในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการก่อสร้างอีกด้วย เราต้องการกระตุ้นนายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซนในการหยุดพักโครงการนี้ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มแม่นำโขงที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนนี้

 

โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 85 ตัวภายในพื้นที่แม่น้ำโขงระหว่างพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศลาวและพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศกัมพูชา โดยโลมาอิรวดีต้องเผชิญภัยคุกคามจากการใช้อวนหาปลารวมไปถึงภัยคุกคามอื่นๆอีกมากมายซึ่งเสี่ยงให้เกิดการลดจำนวนลงและสูญพันธ์ในที่สุด

 

ภัยคุกคามต่อโลมาในแม่น้ำโขงนั้นเป็นเรื่องใหญ่แต่ตราบใดที่พวกเขายังมีชีวิตรอด เราก็ยังคงมีความหวัง แต่ความพยายามในการก่อสร้างเขื่อนนั้นไม่ควรมีผลกระทบต่อการประเมินสภาพแวดล้อมและชีวิตของโลมา

 

เมื่อเดือนกันยายนในช่วงปีก่อน ประเทศลาวได้ทำการประกาศการตัดสินใจเดินหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนดอนสะโฮงในแม่น้ำโขงผ่านขั้นตอนการให้คำปรึกษาจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง การก่อสร้างเขื่อนนี้จะเป็นการปิดช่องทางการอพยพของปลาในแต่ละปีซึ่งเป็นช่องทางเดียวทำให้แหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดตกอยู่ในความเสี่ยง ถึงแม้จะมีเสียงคัดค้านจากประเทศเพื่อนบ้านแต่การก่อสร้างก็จะยังคงดำเนินการในเร็วๆนี้และจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงก่อนปี 2018

 

อีกหนึ่งตัวเลือกของโครงการสร้างเขื่อนดอนสะโฮงคือโครงการท่ากอซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ในจำนวนที่ใกล้เคียงกันกับโครงการเขื่อนดอนสะโฮงและจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในแม่น้ำโขงด้วย แต่น่าเสียดายที่โครงการนี้จะไม่ได้รับการอนุมัติตราบใดที่โครงการสร้างเขื่อนดอนสะโฮงยังคงมีอยู่เนื่องจากว่ามีการใช้พลังงานจากแหล่งเดียวกัน

 

ยังไม่สายเกินไปที่จะเลื่อนโครงการสร้างเขื่อนดอนสะโฮงออกไปก่อนและพิจารณาถึงตัวเลือกที่ดีกว่าเดิม Gerry Ryan ที่ปรึกษาทางเทคนิคจาก WWF ประเทศกัมพูชาและผู้เขียนสรุปข้อมูลการยกเลิกโครงการสร้างเขื่อนดอนสะโฮงไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้สำหรับการพัฒนาของประเทศลาวรวมไปถึงความสามารถในการสร้างพลังงานกระแสไฟฟ้า แต่การเดินหน้าก่อสร้างเขื่อนดอนสะโฮงจะทำให้โลมาและปลาชนิดอื่นๆจำนวนมากต้องสูญหายไป

 

โลมาแม่โขงมีความสำคัญทางวัฒนธรรมต่อชุมชนท้องทิ่นและยังนำประโยชน์มาสู่การทำมาหากินของผู้คนในท้องที่อีกด้วย การจัดการท่องเที่ยวชมโลมานั้นยังคงเติบโตและนำรายได้มาสู่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง” Ryan กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เป็นที่แน่ชัดว่าการอนุรักษ์โลมานั้นหมายถึงการพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น

 

โลมายังเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและการจัดการต่อทรัพยากรน้ำจืดและการยกเลิกการก่อสร้างอาจส่งผลถึงการทำลายธรรมชาติที่ลดลงจนส่งผลต่อระบบนิเวศโดยรวมด้วยเช่นกัน

WWF เรียกร้องให้เลื่อนการก่อสร้างเขื่อนดอนสะโฮงเพื่อหารือถึงทางออกที่ดีกว่าจากกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างในครั้งนี้ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงนั้นอยู่ภายใต้ข้อตกลงกับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเพื่อหารือร่วมเกี่ยวกับการเดินหน้าของโครงการก่อสร้างเขื่อนที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน Sam Ath กล่าว ประเทศลาวล้มเหลวในการให้เกียรติข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างพรมแดน , ชีวิตความเป็นอยู่ , ทรัพยากรอาหารนับล้านและผลกระทบที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ของสิ่งมีชีวิต


ข้อมูลเพิ่มเติมที่:

Asnarith Tep , ผู้จัดการฝ่ายสื่อสาร, WWF ประเทศกัมพูชา, โทร. +855 23 218 034, อีเมล์:

asnarith.tep@wwfgreatermekong.org

Sarah Bladen, ผู้อำนวยการสื่อสาร, WWF-ลุ่มน้ำโขง, โทร: +66 922 673 457 sarah.bladen@wwfgreatermekong.org


เกี่ยวกับ WWF

 

WWF คือหนึ่งในองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดและเป็นอิสระมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผู้ให้การสนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคนและมีเครือข่ายทำงานอยู่ในประเทศต่างๆกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือ ลดการบุกรุกและยั้บยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของโลกพร้อมไปกับสร้างอนาคตใหม่ให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนด้วยการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของโลกสร้างหลักประกันให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนผลักดันให้เกิดการลดมลภาวะและลดการบริโภคอย่างสิ้นเปลือง

 

 


โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 85 ตัว
© David Dove / WWF Greater Mekong Enlarge
ปัจจุบันโลมาอิรวดีเหลือเพียงประมาณ 85 ตัวเท่านั้น
© WWF-Canon / Alain Compost Enlarge