งานประชุมในพระราชูปภัมป์เพื่อรับมือกับการลักลอบค้าสัตว์ป่า



Posted on 21 May 2013  | 
ลอนดอน – วันนี้ (21 พฤษภาคม) สมเด็จเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฏราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษทรงเป็นเจ้าภาพการประชุม พร้อมด้วยคณะรัฐบาลสหราชอาณาจักร เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการขั้นสูงสุด เพื่อหยุดยั้งการลักลอบค้าสัตว์ป่า ซึ่งเป็นการค้าที่ไม่เพียงส่งผลคุกคามต่อธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ และของภูมิภาคอีกด้วย ซึ่ง WWF ขอน้อมรับโครงการริเริ่มที่มีเป้าหมายเพื่อตอกย้ำประเด็นนี้ในประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ ด้วยความยินดี ในฐานะที่สมเด็จเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงเป็นประธานWWF-UK ทรงแสดงออกถึงความสนใจด้านการอนุรักษ์ที่สอดคล้องกันในหลายๆด้าน ซึ่งรวมไปถึงความปราถนาของพระองค์ ให้ยุติการลักลอบค้าสัตว์ป่า

เดวิด นุสบาม หัวหน้าคณะบริหารWWF-UK กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า
“การลักลอบค้าสัตว์ป่าสุ่มเสี่ยงจะทำให้ความพยายามในการอนุรักษ์ที่ทำกันมาหลายทศวรรษต้องล้มเหลว และทำให้สัตว์สายพันธุ์ที่เป็นสัญลักษณ์และมีความสำคัญทางนิเวศน์ เสี่ยงจะสูญพันธุ์ การค้ามูลค่าหลายพันล้านปอนด์นี้ ยังเป็นตัวกระตุ้นอาชญากรรมในรูปแบบอื่น และส่งผลกระทบเลวร้ายต่อประชาชนบางกลุ่มที่ยากจนที่สุดในโลก

“การลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่าเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ เราหวังว่าการประชุมในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการริเริ่มสำคัญ เพื่อต่อสู้กับการค้าแห่งหายนะและความตายนี้”

เมื่อปีที่แล้ว มีแรด 668 ตัว ถูกสังหารในแอฟริกาใต้ ซึ่งมากเป็นประวัติการณ์ และนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา มีแรดตายไปเกือบ 300 ตัวแล้ว และเมื่อต้นเดือนนี้ มีช้างอย่างน้อย 26 ตัว ถูกสังหารหมู่ในพื้นที่ป่ามรดกโลก ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง หลังมีกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ติดอาวุธปืนไรเฟิลคาลาชนิคอฟ เข้าไปในดาซังกา ไบ เขตอาศัยพิเศษของช้างซึ่งคนท้องถิ่นทราบกันว่าเป็น “หมู่บ้านช้าง”

การประชุมครั้งนี้ จะมีการวางกรอบการทำงานสำหรับการประชุมในระดับผู้นำรัฐที่จะมีขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางความหวังว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุมในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะมีมาตรการที่จะช่วยลดความต้องการสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง, ปรับปรุงการบังคับใช้กฏหมายและความยุติธรรมทางอาญาในระดับโลก ต่อเครือข่ายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการลอบค้าสัตว์ป่า ไปจนถึงการให้ความช่วยเหลือชุมชนห่างไกลในการการหาทางเลือกเพื่อเลี้ยงชีพในระยะยาว แทนการค้าสัตว์ป่า โอเวน ปีเตอร์สัน รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมกล่าว

“เป็นการง่ายเกินไปที่จะคิดว่า การสูญพันธุ์ของสัตว์นั้นเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ทั้งที่มันเป็นปัญหาสำคัญในทุกวันนี้ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับพระกรุณาธิคุณจากเจ้าชายแห่งเวลส์ให้เป็นประธานร่วมในการประชุมว่าด้วยการลักลอบค้าสัตว์ป่านี่เป็นโอกาสดียิ่งที่จะหยิบยกปัญหานี้สู่ระดับสูงสุดระหว่างประเทศการร่วมมือกันจะช่วยทำให้เราลดความต้องการทั่วโลกที่มีต่อสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และช่วยเหลือชุมชนต่างๆหาทางเลือกทางรอดอื่น แทนการค้าสัตว์ป่า”
ระหว่างเตรียมการประชุม WWF พร้อมด้วยพันธมิตรอื่นๆ ได้ร่วมทำงานกับหน่วยงานความยั่งยืนระหว่างประเทศของสมเด็จเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และกรมสิ่งแวดล้อม อาหารและชนบท หรือ Defra เพื่อแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าหายาก และความเป็นไปได้ในการแก้ไขวิกฤตอาชญากรรมต่อสัตว์ป่าระดับโลกในปัจจุบัน

ในช่วงฤดูร้อนปี 2555 WWF และ TRAFFIC เปิดตัวแคมเปญการลักลอบค้าสัตว์ป่าระดับโลก เพื่อยกระดับปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าให้เป็นอาชญากรรมขั้นร้ายแรง และเพื่อกระตุ้นรัฐบาลและสถาบันระหว่างประเทศอื่นๆ ให้แก้ไขปัญหานี้ เป็นต้น

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่wwf.org.uk/endwildlifecrime ส่วนแฮทช์แท็กทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของงานที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 คือ#endwildlifecrime
Prince Charles became the President of WWF Great Britain.
© Mario Testino Enlarge