แถลงการณ์ รัฐบาลทั่วโลกในการเพิ่มมาตรการปกป้องแรด :



Posted on 13 March 2013
Images of a female rhino who 4 months ago survived a brutal dehorning by poachers who used a chainsaw to remove her horns and a large section of bone in this area of her skull, Natal, South Africa, November 9, 2010. The poachers surveyed the area by helicopter, mapped out the movements of the Rhino and the Guards and then darted the animal and hacked of the horn with a chainsaw. In an act of callous brutality they left the animal alive when they left with the horns. This Rhino was consequently found the next day wandering around in unimaginable pain. She also had a young 4 week old calf who was seperated in the incident and subsequently died of starvation and dehydration. The female adult miraculously survived the dehorning and with some vetrinary supervision has gone on to join up with a male bull who accompanies her and helps her to survive.
© © Brent Stirton / Getty Images / WWF-UKEnlarge
คาร์ลอส ดรูวส์ หัวหน้าคณะผู้แทน WWF ในการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) มีแถลงการณ์ในวันนี้ (12 มีนาคม) ถึงการตัดสินใจของรัฐบาลทั่วโลกในการเพิ่มมาตรการปกป้องแรด :

“วันนี้รัฐบาลทั่วโลกตัดสินใจอย่างชัดเจนในการประชุม CITES ที่จะเพิ่มมาตรการปกป้องแรด ด้วยข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบเวลา เพื่อจะช่วยเวียดนามและโมซัมบิก แก้ไขความผิดพลาด หลังจากที่ทั้งสองประเทศมีประวัติการละเมิดข้อตกลงเรื่องการค้าแรดรุนแรงที่สุด

“เรื่องนี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการปกป้องแรด ซึ่งเป็นสัตว์ก่อนประวัติศาสตร์ที่ถูกล่าสังหารเพื่อเอานอ ในอัตราที่น่าตกใจ เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในเวียดนาม”

“ปีที่แล้ว มีแรดถูกกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ฆ่าเอานอมากเป็นประวัติการณ์ถึง 668 ตัว และในปี 2556 มีแรดอีกเกือบ 150 ตัวที่ถูกฆ่าตาย ซึ่งเท่ากับเรากำลังมุ่งเข้าสู่การไล่ล่าสังหารแรดเพื่อเอานอในอัตราที่สูงกว่าปีที่แล้ว”

“ความท้าทายในขณะนี้ คือการสร้างความมั่นใจว่า เวียดนามและโมซัมบิกจะปฏิบัติตามข้อตกลง CITES ได้อย่างคืบหน้า ภายในกรอบเวลาที่ตกลง เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรทางการค้าในปี 2557”

เวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางแหล่งสำคัญสำหรับการค้านอแรด และขณะนี้เวียดนามต้องปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ที่จำเป็น เพื่อลดความต้องการนอแรดในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ที่ลักลอบค้านอแรดจะถูกดำเนินคดี และลงโทษอย่าง เด็ดขาด

ความสำเร็จในวันนี้ยังเท่ากับว่า โมซัมบิก ซึ่งอยู่ในฐานะแหล่งลักลอบขนส่งนอแรดแหล่งสำคัญจะต้องเพิ่มกฏหมายที่มีความเข้มงวด และบังคับใช้อย่างจริงจังเพื่อลดการลักลอบนำนอแรดออกจากทวีปแอฟริกา ปัจจุบันการลักลอบนำนอแรดผ่านโมซัมบิกซึ่งมีพรมแดนติดกับอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ของแอฟริกาใต้ บ้านหลังใหญ่ที่สุดของแรด และยังเป็นศูนย์กลางของการลักลอบล่าแรด เป็นเพียงความผิดลหุโทษ

ขณะนี้อัตราการลักลอบล่าแรดสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเลวร้ายลงเนื่องจากการเพิ่มจำนวนเครือข่ายอาชญากรรม ที่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังพบการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในเวียดนาม เนื่องจากคำกล่าวอ้างที่ว่านอแรดสามารถรักษามะเร็ง และอาการเมาค้างได้
Images of a female rhino who 4 months ago survived a brutal dehorning by poachers who used a chainsaw to remove her horns and a large section of bone in this area of her skull, Natal, South Africa, November 9, 2010. The poachers surveyed the area by helicopter, mapped out the movements of the Rhino and the Guards and then darted the animal and hacked of the horn with a chainsaw. In an act of callous brutality they left the animal alive when they left with the horns. This Rhino was consequently found the next day wandering around in unimaginable pain. She also had a young 4 week old calf who was seperated in the incident and subsequently died of starvation and dehydration. The female adult miraculously survived the dehorning and with some vetrinary supervision has gone on to join up with a male bull who accompanies her and helps her to survive.
© © Brent Stirton / Getty Images / WWF-UK Enlarge
Sixteenth meeting of the Conference of the Parties 3 - 14 March 2013 in Bangkok, Thailand
© CITES Enlarge
Donate to WWF

Your support will help us build a future where humans live in harmony with nature.