นายกรัฐมนตรีประกาศแก้กฎหมายเพื่อยุติการค้างาช้าง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนนตรีกล่าวระหว่างเปิดการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ที่กรุงเทพฯ โดยประเทศไทยจะต้องมีมาตรการสำคัญในการหยุดค้างาช้าง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไทยประกาศจุดยืนนี้ต่อสาธารณชน
“ก้าวต่อไปคือเราจะเดินหน้าแก้กฎหมายโดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการค้างาช้าง และให้อยู่บนบรรทัดฐานเดียวกับสากล” นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าว “สิ่งนี้จะช่วยปกป้องช้างในทุกรูปแบบทั้งช้างป่า ช้างเลี้ยงของไทย และช้างจากแอฟริกา” นายกฯ ยิ่งลักษณ์ กล่าว
การหยุดการค้างาช้างในประเทศไทยในฐานะเป็นตลาดค้างาช้างที่ไร้การควบคุมแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก จำเป็นต้องมีการควบคุมวิกฤตการลักลอบล่าสัตว์ป่าทั่วโลกซึ่งล้วนนำไปสู่การสังหารหมู่ช้างหลายหมื่นตัวในแต่ละปีและยังเป็นเสมือนเชื้อเพลิงที่โหมกระพือให้กับอาชญากรรมการค้าสัตว์ป่า
“เราพอใจที่ได้ยินนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ใช้โอกาสสำคัญนี้ปิดโอกาสขบวนการค้าสัตว์ป่าและให้สัญญาที่จะหยุดค้างาช้างในประเทศไทย แต่การต่อสู้เพื่อหยุดอาชญากรรมค้าสัตว์ป่าและปิดตลาดการค้างาข้างในประเทศไทยยังไม่เสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ต้องกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการแก้ไขกฎหมายเพื่อยุติการค้างาช้าง และควรต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะการสังหารหมู่ช้างยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง” ดรูวส์ กล่าว
ประเทศไทยนับเป็นตลาดค้างาช้างที่ไร้การควบคุมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน ทางการได้ให้การรับรองผู้ค้างาช้างทั้งสิ้น 67 ราย อย่างไรก็ตาม จากการสำราจตลาดพบว่า มีร้านขายงาช้างมากกว่า 250 ร้าน และลูกค้าส่วนมากก็เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ
การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเป็นผลพวงมากจากการเรียกร้องของ WWF และองค์กร TRAFFIC ที่ให้ประเทศภาคีอนุสัญญา CITES ประกาศคว่ำบาตรทางการค้าแก่ประเทศที่สนับสนุนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายข้ามชาติ อัตราการล่าสัตว์ป่าได้เพิ่มสูงขึ้จนถึงขั้นวิกฤติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นภัยคุกคามหลักแก่สัตว์สายพันธุ์ที่สำคัญเช่น ช้าง แรด และเสือ
ไทย ไนจีเรีย และสาธารณรัฐคองโก ต่างยังไม่ประสบผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเรื้อรังในตลาดค้างาช้างในประเทศ แม้จะมีกฏเกณฑ์ของ CITES ที่ห้ามการขายงาช้างที่ไม่มีทะเบียนซึ่งภายใต้ข้อตกลงของ CITES นั้น ประเทศสมาชิกสามารถเสนอให้สมาชิกชาติอื่นๆ หยุดค้าขายพืชและสัตว์ 35,000 สายพันธุ์ภายใต้อนุสัญญา ตั้งแต่ไม้จนถึงหนังจระเข้ กับประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามได้



