ผลสำรวจยืนยันช้างแอฟริกาวิกฤต ถูกฆ่ามากกว่า 11,000 ตัวในกาบอง
“ตอนนี้สถานการณ์เกินจะควบคุมแล้ว เราได้เห็นถึงการล่าสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเป็นระบบ” บาส ฮุจเบรกทส์ หัวหน้าของการรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่าระดับโลก WWF แอฟริกากลางกล่าว
“รายงานบางชิ้นชักจูงให้โลกเข้าใจว่ามีการเคลื่อนย้ายงาช้างจากภูมิภาคแอฟริกากลางไปยังภูมิภาคอื่นๆในทวีปอย่างไม่ถูกต้อง สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ตอนนี้อาชญากรเหล่านี้ยังโจมตีโขลงช้างในแถบแอฟริกาตะวันออกและตะวันตกที่ได้รับการปกป้องดีกว่าด้วย”
“แต่สำหรับที่แอฟริกากลางนี้ ช้างกำลังพ่ายแพ้ต่อสงครามอย่างรวดเร็ว โดยไม่เป็นที่สังเกตของโลก”
วิกฤตระดับภูมิภาค
ฟิโอน่า มาเซส์ นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ที่ WCS ซึ่งเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจกล่าวว่า ข้อมูลชี้ให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ในระดับภูมิภาค“ข้อมูลในมิงเกเบ้เป็นข้อมูลแทนแนวโน้มของผืนป่าที่เป็นถิ่นอาศัยของช้างทั่วภูมิภาค ไม่ต้องพูดถึงสาธารณรัฐคองโก ซึ่งเชื่อว่ามีช้างราว 7,000 - 10,000 ตัว หรือไม่ถึงร้อยละสิบของประชากรช้างเมื่อ 20 ปีก่อน”
มาเซส์อธิบายว่า สำหรับกาบองแล้ว มีผืนป่าคิดเป็นเพียงประมาณร้อยละ 13 ของป่าในแอฟริกลาง แต่ที่นี่เป็นบ้านของช้างป่ากว่าครึ่งของแอฟริกา ขณะที่อุทยานแห่งชาติมิงเกเบ้นั้น เป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดของประชากรช้าง และอาจจะเป็นป่าถิ่นอาศัยของช้างผืนใหญ่ที่สุดในแอฟริกา “อย่างน้อยก็ถึงตอนที่มีการเปิดเผยข้อมูลนี้ออกมา” มาเซส์ กล่าว
ส่วนในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (CAR) ซึ่งในช่วงกลางยุค 1980 มีช้างมากถึง 80,000ตัว พรานป่าฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากความไม่มั่นคงทางการเมืองกวาดล้างช้างที่ยังเหลืออยู่ในประเทศ กระทั่งตอนนี้มีช้างเหลืออยู่ในหลักพันตัว
กิอาน โซโก ผู้ดูแลพื้นที่อนุรักษ์ดิซังก้า-ซางกาห์ กระทรวงป่าไม้และน้ำ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง กล่าวจากบายังกา ทางตะวันตกเฉียงใต้ในสาธารณรัฐแอฟริกากลางว่า พรานป่าสังหารช้างอย่างน้อย 17 ตัวในพื้นที่รอบๆป่านีก็อตโต ทางตะวันตกของประเทศในช่วงสองถึงสามวันที่ผ่านมา และมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันของชาวบ้าน เผยเป็นนัยว่า มีช้างที่อยู่ทางเหนือขึ้นไปใกล้ๆเมืองยาโลเก้ ถูกฆ่าอีกราว 60 ตัว เขากล่าว และบอกเสริมว่ามีรายงานช้างถูกฆ่าทั่วประเทศ
“ในสาธารณแอฟริกากลาง รัฐบาลชุดใหม่ต้องส่งกองกำลังของรัฐพร้อมอาวุธ เข้าไปหยุดบรรดานายพรานเหล่านี้ก่อนที่พวกนี้จะโจมตีที่มั่นสุดท้ายของช้าง”
ดีซังก้า- ซางกาห์ เป็นพื้นที่ที่เพิ่งจะได้รับการประกาศให้เป็นผืนป่ามรดกโลก เมื่อเร็วๆนี้
“นี่ไม่ได้เป็นเพียงคำถามถึงเรื่องการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของสาธารณรัฐแอฟริกากลางเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการหยุดยั้งกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ไม่ให้เดินทางไปทั่วประเทศ และสร้างความหวาดกลัวแก่คนท้องถิ่นในทุกที่ที่พวกเขาไป” โซโก กล่าวเพิ่ม
จะหยุดยั้งการลักลอบล่าได้อย่างไร
แม้ทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาวิกฤตลักลอบล่าสัตว์ป่าในภูมิภาคจะมีหลายหลากมากมาย แต่่สิ่งที่จะสรุปได้นั้นชัดเจน คือหากไม่แก้ปัญหา ชะตากรรมของช้างในแอฟริกากลางจะไม่ต่างจากแรดดำในภูมิภาคตะวันตก และแรดขาวทางตอนเหนือที่ถูกล่าจนสูญพันธุ์ไปแล้ว
“รัฐบาลในภูมิภาค เช่น แคเมอรูน ชาด และกาบอง ต่างต้องรับสมัครเจ้าหน้าที่ป่าไม้เพิ่ม และต้องส่งกองทัพของพวกเขา เพื่อให้ไปต่อสู้กับพรานป่าเหล่านี้ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ” ฮุจแบรกสท์กล่าว
“องค์กรหน่วยข่าวกรองระหว่างประเทศ จะต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะสามารถระบุ ติดตาม และทลายเครือข่ายธุรกิจอาชญากรรมนี้ ซึ่งเป็นตัวการทำให้รัฐบาลโกงกิน บ่ั่นทอนความม่ั่นคงของประเทศ และทำลาย โอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ”
แต่ฮุจแบรกทส์อธิบายว่าการจะหยุดยั้งวิกฤตการณ์ลักลอบล่าสัตว์ป่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศต่างๆอย่างเช่นในเอเชียตะวันออก จำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาความต้องการงาช้างที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้งาช้างมีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ หากว่ารัฐบาลทั้งในภูมิภาคนี้และในประเทศที่เป็นผู้บริโภคไม่จัดให้ประเด็นปัญหานี้เป็นปัญหาเร่งด่วนในระดับนานาชาติ ก็เป็นไปได้ว่าในช่วงชีวิตเราจะไม่มีประชากรช้างอยู่รอดในแอฟริกากลางอีก” ฮุจแบรกทส์บอก
มีงาช้างเถื่อนจากแอฟริกาจำนวนมหาศาลที่ฟอกผ่านร้านค้าในประเทศไทย ดังนั้นจึงจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องปิดช่องว่างทางกฏหมายเพื่อช่วยอนุรักษ์ช้างแอฟริกา มาร่วมกันเรียกร้องต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ให้สั่งห้ามการค้างาช้างในประเทศไทย
ลงมือทันทีและร่วมเซ็นชื่อในคำร้อง







