รู้จัก WWF | WWF

รู้จัก WWF

WWF เป็นองค์กรนานาชาติที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์เป็นเวลากว่า 40 ปีมาแล้ว ด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะอุทิศตนเพื่อปกป้องดูแลรักษาธรรมชาติและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ผ่านการทำงานโดยยึดหลักการผสมผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังประสานความร่วมมือกับกลุ่มองค์กร รวมถึงบุคคลต่างๆ ทุกระดับในหลายประเทศทั่วโลก

ปัจุบัน WWF มีเจ้าฟ้าชายฟิลิปส์ ดยุกแห่งเอดินเบอระ พระราชสวามีในสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพอังกฤษ เป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ HE Chief Emeka Anyaoku เป็นประธาน WWF สากล ในขณะที่ Jim Leape ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส่วนในประเทศไทย ดร. วิลเลี่ยม เชดล่า เป็นผู้อำนวยการ WWF ประเทศไทย คนปัจจุบัน

WWF ทำงานด้านการอนุรักษ์ใน 3 เขตพื้นที่ชุมชนทางนิเวศวิทยาคือ ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ำจืดและ ทรัพยากรทะเล และชายฝั่ง โดยทั้งสามเขตดังกล่าว คือ ตัวแทนพื้นที่สำคัญทางด้านชีววิทยาของโลก ซึ่งหล่อเลี้ยงและเกื้อหนุนการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทุกประเภท ในขณะเดียวกันยังได้ระบุ พันธุ์ พืชและสัตว์ อันเปรียบเสมือนตัวแทนและสัญลักษณ์ของการทำงานอนุรักษ์ ซึ่งการปกป้องดูแลสายพันธุ์เหล่านั้นจะมีผลเชื่อมโยงไปยังการอยู่รอดของสัตว์น้อยใหญ่อื่นๆ อันรวมไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น WWF ยังกำหนดเป้าหมายในการรับมือกับ การคุกคามของจาก การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และ การแพร่กระจายของ สารเคมีและวัตถุมีพิษ อีกด้วย

ทั้ง 6 ขอบเขตสำคัญในการทำงานด้านอนุรักษ์ดังกล่าว WWF ได้กำหนดเป้าหมายและวิธีการทำงานอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถนำไปสู่การปฎิบัตงานจริงและการบรรลุเป้าประสงค์สูงสุด ทั้งนี้ WWF ยังให้ความสำคัญกับ กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา และ การอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานอันมั่นคงสำหรับการทำงานด้านอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิผล

สำหรับการทำงานของ WWF ในประเทศไทยนั้น สามารถสืบค้นย้อนหลังกลับไปได้ถึง 20 ปี ด้วยจุดเริ่มต้นในการหาทุนเพื่อสนับสนุนการก่อตั้ง มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ( WFT) ในปี พ.ศ. 2525 โดยมีฐานะเป็นภาคีสมาชิกของ WWF จนกระทั่งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2538 WWF จึงได้ก่อตั้งที่ทำการและริเริ่มโครงการของตัวเอง อันนำไปสู่การยกระดับเป็น WWF Thailand Programme Office ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 WWF ประเทศไทยจึงได้รวมตัวเข้ากับ WWF อินโดจีน (กัมพูชา ลาว และเวียดนาม) ภายใต้ชื่อ WWF Greater Mekong Programme ด้วยจุดมุ่งหมายในการขยายขอบเขตความร่วมมือและการทำงานด้านอนุรักษ์ให้กว้างไกลครอบคลุมสู่ระดับภูมิภาค ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อ 4 เขต นิเวศภูมิภาคที่ระบุไว้ใน WWF Global 200 อันประกอบด้วย เขตนิเวศภ ู มิภาคเทือกเขาตะนาวศรี- ถนนธงชัย , ป่าดิบแล้งในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง , ลุ่มน้ำโขง และทะเลอันดามัน ครอบคลุม 6 ขอบเขตหลัก ๆ ในการทำงานด้านอนุรักษ์ ของ WWF การรวมตัวกันดังกล่าวจะนำไปสู่ปรากฎการณ์และความท้าทายใหม่ๆ อันเป็นประโยชน์ต่องานอนุรักษ์ของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างแน่นอน