WWF ยินดีต่อการประกาศหยุดตัดไม้ของ APP เรียกร้องผู้ซื้อกระดาษให้รอการพิสูจน์



Posted on 07 February 2013
“ปัจจุบัน APP ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องเกือบทั้งหมดของ WWF และหากบริษัทปฏิบัติตามทุกขั้นตอน ก็จะเป็นข่าวดีต่อป่าไม้ของ อินโดนีเซีย ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และต่อประชาชน” นาซีร์ โฟเอด ผู้อำนวยการด้านการอนุรักษ์ของ WWF อินโดนีเซีย กล่าว “แต่น่าเสียดายที่ในอดีต APP ก็เคยให้คำมั่นต่อ WWF ผู้บริโภค และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ มาก่อน แต่ก็ไม่เคยปฏิบัติตามจนสำเร็จลุล่วง เราจึงมีความหวังว่าครั้งนี้ทางบริษัทจะทำตามคำมั่นสัญญา WWF มีแผนที่จะทำการสังเกตการณ์การจัดหาไม้และกิจกรรมด้านป่าไม้ของ APP อย่างอิสระ ว่ามีการปฏิบัติตามคำสัญญา และจะให้ข้อมูลสิ่งที่พบต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเสมอ”

จากการวิเคราะห์ของเครือข่าย NGO “Eyes on the forest” พบว่า APP บริหารโรงผลิตเยื่อไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 2 แห่ง บนเกาะสุมาตรา โดยมีการผลิตเยื่อไม้เพื่อทำกระดาษชำระ กระดาษก็อปปี้ และหีบห่อ ส่งจำหน่ายทั่วโลก ทั้งบริษัท และผู้จัดส่งไม้ให้บริษัทต่างมีส่วนรับผิดชอบต่อการตัดไม้ในป่าฝนบนเกาะไปมากกว่า 12 ล้านไร่ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี 2527

“WWF หวังว่าการให้คำมั่นครั้งใหม่ของ APP จะให้ผลที่มากกว่าการหยุดยั้งการทำลายป่าของบริษัท และรวมไปถึงการปกป้อง ป่าธรรมชาติในพื้นที่สัมปทานจากการกระทำที่ผิดกฏหมาย และบรรเทาผลกระทบด้านลบในระยะยาว ที่เกิดจากการผลิตของ บริษัทต่อพื้นที่พรุ ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ และประชาชนในท้องถิ่นบนเกาะสุมาตราและบอร์เนียว จากการที่บริษัท ให้คำมั่นช้าเกินไป” โฟเอดกล่าวเสริม

“WWF เคยเรียกร้องต่อธุรกิจที่มีความรับผิดชอบมาเป็นเวลานาน ให้หลีกเลี่ยงจัดหาสินค้าจาก APP จนกว่าจะมีการยืนยันจาก การศึกษาอิสระอย่างแท้จริงว่า APP หยุดทำลายผืนดินชุ่มน้ำในป่าพรุ และไม้จากป่าเขตร้อนที่มีคุณค่าด้านการอนุรักษ์สูง และเราจะยังคงเดินหน้าเรียกร้องต่อผู้ซื้อกระดาษ ให้รอจนกว่าจะได้บทพิสูจน์ที่ชัดเจน” อดิตา บายุนันดา GFTN และผู้จัดการด้าน เยื่อไม้และกระดาษ WWF อินโดนีเซีย กล่าว

เตกูห์ วิดจาย่า ผู้ก่อตั้งธุรกิจเยื่อไม้และกระดาษของครอบครัว ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการประกาศต่อสาธารณะในวันนี้ ว่าจะไม่มีบริษัทในเครือ APP ที่ดำเนินธุรกิจทั้งในอินโดนีเซียและจีน รับซื้อไม้ที่ตัดจากป่าเขตร้อนของอินโดนีเซียหลังวันที่ 31 มกราคม 2556 จนกว่าบริษัทที่ปรึกษาจะทำการประเมิน “คุณค่าด้านการอนุรักษ์” และ ”การเก็บกักคาร์บอนในอัตราสูง” ในผืนป่าสัมปทานให้เสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเติมช่องว่างลงไปข้อตกลงว่าโรงงานไม้ของ APP จะรับซื้อไม้ ที่ตัดก่อนวันที่ 31 มกราคมไปอย่างไม่มีกำหนด

เพื่อเป็นการส่งสัญญาณอันดี และเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่จับต้องได้เป็นครั้งแรก WWF จึงขอเรียกร้องให้ APP เคลื่อนย้ายไม้ใน คลังสำรองไม้ที่ตัดไว้ก่อนเส้นตายวันที่ 31 มกราคม 2556 ที่ทางบริษัทประกาศว่าจะเป็นวันสุดท้ายในการรับซื้อไม้เพิ่ม โดยขอให้เคลื่อนย้ายภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2556 ซึ่งเป็นวันรายงานนโยบายด้านป่าไม้ในไตรมาสหน้าของบริษัท

การบังคับใช้มาตรการหยุดตัดไม้ที่มีคุณค่าสูงทั้งทางด้านการอนุรักษ์และการกักเก็บคาร์บอนมาทำเยื่อกระดาษ จะส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพของอินโดนีเซียอย่างลึกซึ้ง เช่นเดียวกับการปล่อยคาร์บอนของอินโดนีเซียด้วย WWF จึงขอเรียกร้องผู้ผลิตเยื่อกระดาษทุกรายของประเทศ หยุดใช้ประโยชน์จากป่าเขตร้อน

ข้อมูลเพิ่มเติม :

Eyes on the Forest เป็นเครือข่าย NGOs ในจังหวัดเรียว ที่ได้บันทึกว่าบริษัท APP ทำลายป่าไม้บนเกาะสุมาตรามากกว่า 12 ล้านไร่นับตั้งแต่บริษัทเริ่มดำเนินการบนเกาะในปี 2527 การดำเนินการของ APP เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชากรเสือ ช้าง และอูรังอุตังบนเกาะ อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์อย่างรุนแรง www.eyesontheforest.or.id
เส้นทางสำหรับขนส่งไม้ที่เปิดดำเนินการโดยบริษัท APP และผู้ร่วมทุนที่พาดผ่านป่าที่สำคัญของอินโดนีเซีย
เส้นทางสำหรับขนส่งไม้ที่เปิดดำเนินการโดยบริษัท APP และผู้ร่วมทุนที่พาดผ่านป่าที่สำคัญของอินโดนีเซีย
© WWF-Indonesia Enlarge
ลูกเสือสุมาตรา
© Alain Compost / WWF-Canon Enlarge