การบุกเบิกเพื่อทำฟาร์มเลี้ยงปลาสวายอย่างมีความรับผิดชอบได้รับการยอมรับ



Posted on 21 November 2012  | 
นครโฮจิมินห์, เวียดนาม - ภาคอุตสาหกรรมปลาสวายในเวียดนาม จะบรรลุเป้าหมายร้อยละสิบของผลผลิตปลาสวาย เพื่อการส่งออก ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Aquaculture Stewardship Council (ASC) ภายในปี 2555 ความสำเร็จนี้ได้รับการยอมรับระหว่างงานที่จัดขึ้นในนครโฮจิมินห์ในวันนี้ เพื่อแบ่งปันความก้าวหน้าทั่วอุตสาหกรรมและมอบใบประกาศ  รับรองแก่ผู้ผลิตเนื้อปลาสวายในเวียดนาม

ในปี 2553 WWF, สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนาม (VASEP) และ สมาคมประมงเวียดนาม (VINAFIS) ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนความพยายามในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบทางสังคมในอุตสาหกรรมเนื้อปลาสวาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อได้รับใบประกาศรับรองของ ASC ซึ่งผู้ที่ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ ต่างให้คำมั่นที่จะสนับสนุนผู้ผลิตเนื้อปลาสวาย ให้บรรลุเป้าหมายในการทำฟาร์มปลาสวายเพื่อการส่งออกให้ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยใช้วิธีแบ่งการมอบใบประกาศรับรองหลายระยะ คือเมื่อถึงปี 2558 จะต้องบรรลุเป้าหมายร้อยละ 50 ภายใต้มาตรฐาน ASC และร้อยละ 10 ในปี 2555

ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเนื้อปลาสวายรายใหญ่ราวร้อยละ 30 ต่างได้รับการสนับสนุนโดยกลุ่มที่เข้าร่วมในข้อตกลงความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็น WWF, VASEP, VINAFIS  โดยได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของกลุ่มความริเริ่มการค้ายั่งยืน (IDH), องค์การพัฒนา เนเธอร์แลนด์ (SNV), Anova และสำนักงานเพื่อความร่วมมือนานาชาติเยอรมัน (GIZ) ที่ร่วมในความพยายาม ให้ได้รับใบประกาศรับรองจาก ASC

คณะกรรมการการประมงเวียดนาม (D-Fish), VASEP, VINAFIS และ WWF เป็นผู้จัดงานนี้ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจาก IDH และ SNV ซึ่งงานนี้เป็นการเชิญผู้ผลิตปลาสวายที่มีความรับผิดชอบและผู้ซื้อจากนานาประเทศ เพื่อมาร่วมกันแสดงความชื่นชม กับผู้ผลิตที่ได้รับใบประกาศรับรองจาก ASC และเพื่อลงนามในสัญญาซื้อขาย

 


“บริษัทผู้บุกเบิกเหล่านี้เป็นตัวอย่างแก่อุตสาหกรรมในวงกว้าง ซึ่งถ้าหากว่าตลาดให้การตอบรับอย่างเหมาะสม ก็จะเกิดความ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม สู่กระบวนการทำฟาร์มอย่างมีความรับผิดชอบ” ดร. เหวียน  ฮู สุง รองประธาน VASEP กล่าว “การนำวิธีการที่มีความรับผิดชอบไปใช้ ยังเป็นการทำให้อุตสาหกรรมนี้ของเวียดนาม มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งยังเป็นการปกป้องแหล่งรายได้และการจ้างงานในระยะยาว”

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทอย่าง Vinh Hoan, Hung Vuong, NTACO และ Hoang Long ต่างได้รับใบประกาศรับรองจาก ASC ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต่างเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเนื้อปลาสวายรายใหญ่ในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง ซึ่งใบประกาศรับรองจาก ASC จะเป็นการการันตีว่าปลาสวายได้มาจากฟาร์มที่ใช้วิธีการเพาะเลี้ยงด้วยความรับผิดชอบ และไม่ได้สร้างผลกระทบมากนักต่อ สิ่งแวดล้อม, เจ้าหน้าที่ในฟาร์มและชุมชนโดยรอบ

ในบรรดาผู้ผลิตที่เข้าร่วมงาน บริษัท Huong Vuong ถือเป็นผู้ผลิตรายแรก ที่แสดงความต้องการจะปฏิบัติตามมาตรฐานของ ASC และเมื่อเร็วๆนี้ ฟาร์ม Phu Tuc ของบริษัท ที่ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง ก็เพิ่งได้รับใบประกาศรับรองของ ASC “การปฏิบัติตามมาตรฐานของ ASC ไม่เพียงแต่เป็นการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังดีต่อธุรกิจด้วย เนื่องจากช่วยให้ สามารถเปิดตลาดใหม่ทั้งในยุโปร และสหรัฐ” มิสเตอร์ดุง ง๊อก มินห์ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท Hung Vuong กล่าว “ผลิตภัณฑ์ที่มีตรา ASC รับรอง ทำให้ธุรกิจของเราเติบโตขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการยืนยันต่อผู้บริโภค ว่าพวกเขาได้ซื้อสินค้า ที่มาจากฟาร์มที่มีความรับผิดชอบ”

ฟาร์มปลาสวายของเวียดนามส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ในจังหวัดบริเวณสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอัน เกียง, ด่อง ทัป และเกิ่น เธอ โดยมีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันไป ตั้งแต่พื้นที่น้อยกว่า 1 เฮคเตอร์ จนถึงใหญ่กว่า 100 เฮคเตอร์ ซึ่งภาค อุตสาหกรรมนี้ เป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของจังหวัดดังกล่าว โดยเฉพาะที่โรงงานผลิต ที่ทำการแล่เนื้อ และแช่แข็งเนื้อปลาสวาย เพื่อการส่งออก

“การทำฟาร์มเลี้ยงปลา ถือเป็นระบบการผลิตอาหารที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก และการขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ มาพร้อม กับผลกระทบมากมาย” คริส นินส์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ASC กล่าว “ ใบประกาศรับรองของ ASC จะเป็นการยอมรับ และเป็นรางวัลแก่ฟาร์มที่ปฏิบัติตามแนวทางที่รับผิดชอบ ซึ่งมีทั้งการรักษาแหล่งน้ำ การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้อง, การใช้อาหารปลาอย่างรับผิดชอบ และดำเนินการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม”

เวียดนามเป็นแหล่งส่งออกเนื้อปลาสวายมากกว่าร้อยละ 90 ของโลก ในปี 2554 มูลค่าการส่งออกเนื้อปลาสวายของเวียดนาม สูงถึงเกือบ 57,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1 ของจีดีพีประเทศ ส่งให้ธุรกิจนี้กลายเป็นภาคการส่งออกที่สำคัญของเวียดนาม

“ครึ่งหนึ่งของปลาทะเลและหอยทะเลที่เรารับประทานเข้าไป มีแหล่งที่มาจากฟาร์มเพาะเลี้ยง” โฆเซ่ วิลลาลอน รองประธาน ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลของ WWF และประธานคณะกรรมการบริหาร ASC กล่าว “เมื่อมีการทำฟาร์มอย่างรับผิดชอบ การเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ก็จะเป็นทางออกในการผลิตอาหารเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่สูงขึ้น และจำนวนประชากรโลก ที่เพิ่มมากขึ้น WWF ขอยกย่องผู้ผลิตในเวียดนาม ที่ได้รับใบประกาศรับรองของ ASC และเราต่างก็มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับ ผู้นำในอุตสาหกรรม ที่กระตือรือร้นในการตอบรับแนวทางที่ยั่งยืน”


ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ :
เอื้อพันธ์ ชำนาญเอื้อ ผู้จัดการแผนกสื่อสารองค์กร WWF ประเทศไทย
อีเมล uchamnanua@wwfgreatermekong.org,
โทร +668 1928 2426

เกี่ยวกับ WWF :
WWF คือหนึ่งในองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด และเป็นอิสระมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผู้ให้การสนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคน และมีเครือข่ายทำงานอยู่ในประเทศต่างๆกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือ ลดการบุกรุก และยั้บยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของโลก พร้อมไปกับสร้างอนาคตใหม่ให้มนุษย์ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ด้วยการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของโลก สร้างหลักประกันให้มีการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผลักดันให้เกิดการลดมลภาวะและลดการบริโภคอย่างสิ้นเปลือง
Pangasius, also known as Asian catfish.
© © WWF-Canon / Greg Funnell Enlarge
Workers at the Hung Vuong factory and fish farms unload their live catch of pangasius.
© © WWF-Canon / Greg Funnell Enlarge
A fish farmer at one of the Hung Vuong pangasius fish farms in the Mekong Delta, searches the pond for fish.
© © WWF-Canon / Greg Funnell Enlarge